วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"DESIGN HERO"


Vivienne Westwood
( วิเวียน เวสต์วูด )

นักออกแบบที่ชอบคือ “ Vivienne Westwood ” ที่ชอบ
วิเวียนก็เพราะว่าตอนแรกที่เห็นผลงานของเค้าแล้วก็ประทับใจ ครั้งแรกที่เห็นงานเค้า ข้าพเจ้าเห็นในหนังสือการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ชื่อ NANAตัวละครในเรื่องนั้น ใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่
วิเวียนออกแบบข้าพเจ้าเลยลองหาใน internet ดูว่าของจริงๆจะเป็นอย่างไรและแน่นอนส่วนมากคนที่เคยเห็นผลงานของเค้าก็คงจะเห็นถึง ความแปลก ความแตกต่าง และความเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวมาก แล้วด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้ชื่นชอบผลงานของวิเวียน เวสต์วูด นอกจากนั้นแล้วยังคงเป็นเพราะว่า วิเวียน เค้ามักจะมีคำพูดหรือประโยคอะไรที่ฟังแล้วดูมีกำลังใจในการทำงานได้เยอะเลย และความที่เค้าเป็นคนที่ข้าพเจ้าคิดว่าค่อนข้างที่จะแหวกโลก แต่เค้าก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนได้ แถมตัวของเค้าเองยังมีความเชื่อมั่นว่าสามารถออกแบบให้แตกต่างจากคนอื่นๆได้โดยไม่ซ้ำใคร ตรงนี้แหละที่ใช่เลย !!

ประวัติโดยย่อ
Vivienne Westwood (วิเวียน เวสต์วูด ) เกิดที่เมืองกลอสสอปเดล มณฑลดาร์บีเชียร์
เมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1941 เป็นดีไซเนอร์ชาวอังกฤษในแนวพังค์ร็อก และนิวเวฟ ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นระดับโลก นับตั้งแต่ยุค 70 ในช่วงของยุค " พังค์ " เสื้อผ้าของเธอถูกสวมใส่โดยวง ดนตรีพังค์ร็อกเซ็กซ์ พิสทอลส์ ที่โด่งดังที่สุดในยุค 70มาจนถึงปัจจุบัน รายได้การขายเสื้อผ้าที่เธอดีไซน์ให้ลูกค้าผู้ดีมากกว่า 32 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 1998
วิเวียนได้รับรางวัล British Designer ในปี 1990 และในปี 1992 เธอได้รับ รางวัล OBE สำหรับความกระตือรือร้นในแฟชั่น ในปี 1998 เธอได้รับรางวัล จากราชินีอังกฤษสำหรับยอดการส่งออกที่มากที่สุดในรอบปี และในปี 2003 วิเวียนเป็นที่รู้จักในนามของ Designer of the year
เธอได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ท่านผู้หญิง (Dame) จากราชสำนักอังกฤษตอบแทนการเป็นดีไซเนอร์ที่สร้างชื่อให้ประเทศ

ตัวอย่างผลงาน

แนวคิด
ยุคแรก วิเวียนแสดงออกถึงการต่อต้านสังคมระบบชนชั้นผู้ดี ผ่านงานดีไซน์ในหลากวิธี เช่น วัสดุนอกกรอบทั้งกระดูกไก่ ยางรถยนต์ หมุด โซ่ ภาพจากนิตยสารเก่า ฯลฯ ถูกนำมาสร้างเป็นเสื้อยืดดิบๆ ในสังเวียนแฟชั่นยุคแรกคือ วิเวียนไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้าสไตล์พังก์ร็อก แต่สิ่งที่เธอพยายามเสนอขายแก่สังคมคือ ทัศนคติ (attitude) ที่ว่า
" กล้าที่จะยืนนอกกรอบ แล้วบอกว่านี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ "
วิเวียนยังใช้งานดีไซน์เป็นเครื่องมือสื่อสารทางเพศอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายหน้าอกผู้หญิงและรูปคาวบอยเปลือยบนเสื้อยืด หรือกระดุมรูปศิวลึงค์ รวมทั้งการเฉือนเสื้อผ้าให้ขาดวิ่นเห็นเนื้อหนังบริเวณหน้าอก และการนำชุดชั้นในมาใส่ด้านนอก ฯลฯ " งานของฉันคือการประจันหน้ากับสถาบันทางสังคม พยายามค้นหาว่าอิสรภาพของฉันเองอยู่ที่ไหน และทำอย่างไรเพื่อให้ได้มันมา " วิเวียนใช้เสื้อยืดลามกเป็นสื่อ เพื่อค้นหาจุดยืนและอิสรภาพที่คนชนชั้นกรรมาชีพเช่นเธอโหยหา
เสื้อผ้าของวิเวียนหลายชิ้นมักถูกวิจารณ์ว่า " ใส่จริงไม่ได้ " ทั้งความแปลกของวัสดุ ลวดลาย สัดส่วนโครงสร้าง และแพตเทิร์นการตัดเย็บ แต่เธอมีมุมมองว่า " เสื้อผ้าของฉันอาจดูนอกลู่นอกทาง เพียงเพราะผู้คนไม่ได้คาดคิด แต่สิ่งที่ฉันทำก็เพื่อประณามความจืดชืดและความน่าเบื่อของแฟชั่นธรรมดาเหล่านั้น "
วิธีการนำเสนอ เทคนิคและคอนเซ็ปต์
ยุค 1980 เป็นช่วงที่วิเวียนได้แหกกฎการตัดเย็บชั้นสูงแบบอังกฤษ ขณะที่การตัดเย็บสไตล์ผู้ดีอังกฤษจะเน้นสัดส่วนที่เท่ากันทั้งสองข้าง แต่สำหรับวิเวียน สูทของเธออาจมีปกข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง แขนข้างหนึ่งยาวกว่าอีกข้างหรืออาจมีแขนข้างเดียว ชายเสื้อสูทไม่จำเป็นต้องยาวเท่ากัน หรือแขนเสื้อที่มักโค้งมนตรงไหล่ อาจกลายเป็นมีมุมเหลี่ยม แหลมออกมาจนเวลาใส่ต้องพับมุม คอเสื้ออาจกลายเป็นชายกระโปรง ขณะที่ชายเสื้ออาจถูกใส่แทนคอเสื้อ
หลังจากศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอังกฤษอย่างจริงจัง วิเวียนเริ่มนำภูมิปัญญาแฟชั่นดั้งเดิมมาใช้ เป็นเสมือน "กล้องส่องย้อนอดีตแห่งแฟชั่น" วิเวียนยังสนใจการทำเสื้อผ้าเข้ารูป ด้วยเชื่อว่า "เสื้อผ้าคือการเปลี่ยนรูปทรงของร่างกาย" เธอใช้เทคนิคเพิ่มลดตัดเฉือนเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงทางสรีระผู้สวมใส่ให้ดูดีแบบอุดมคติ และทำให้สิ่งที่เธอคิดว่า ควรจะเป็นส่วนที่ดึงดูดใจที่สุด คือใบหน้าโดดเด่น
วงการแฟชั่นยังยกย่องวิเวียนเป็น "นักคิดทางแฟชั่น" เธอเป็นดีไซเนอร์คนแรกที่เข้าใจเรื่องแพตเทิร์นในมุมมอง 3 มิติอย่างแท้จริง เช่น การใช้ผ้าสี่เหลี่ยม 2 ผืนวางเหลื่อมเย็บติดกันให้เกิดเหลี่ยมแหลมขึ้น หรือการใช้ผ้าสามเหลี่ยมวางเฉียงเย็บติดกันเพื่อตัดเป็นชุดเข้ารูป หรือกระเป๋าเสื้อที่โค้งรอบตัวเสื้อจนเกิดมูฟเมนต์ทุกครั้งที่ผู้สวมใส่เคลื่อนไหว
ผลงานของนักออกแบบ สื่อสารสิ่งใด? ส่งผลต่อผู้รับสารและสังคมส่วนรวมอย่างไร?
ข้าพเจ้าคิดว่าผลงานของ วิเวียนเองค่อนข้างที่จะเด่นชัดอยู่แล้วว่าต้องการที่จะสื่อสารต่อผู้คนอย่างไรสิ่งที่
วิเวียนต้องการสื่อสารก็คือ ความแปลก แหวกแนว ความสุดโต่ง ความกล้าท้าทายต่อกรอบประเพณีสังคม
( แหกกฎ ) ผู้ที่รับสารจากเค้าก็จะได้ หลีกความน่าเบื่อ ซ้ำซากมาเจอกับสิ่งที่แปลกใหม่

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อีกครั้งกับ " โครงการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม "

เนื่องจากโครงการที่เคยลงไว้ 2 โครงการก่อนนั้น ค่อนข้างที่จะหารูปตัวอย่างยาก จึงขอเพิ่มอีกหนึ่งโครงการดีๆมาให้ได้รับข้อมูลกันค่ะ

Re-Leaf Studio




Re-Leaf Studio เกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่มี สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ (สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต) และ พาณุ งากุญชร (ศิลปบัณฑิต) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้ตระหนักถึงปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่คุกคามเมืองเชียงใหม่ที่พวกเขารัก และด้วยความที่เป็นนักออกแบบมือใหม่ และเป็นกลุ่มคนเล็กๆที่ทำงานเพื่อสิ่งที่เขารัก จึงเกิดแนวคิดด้านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ว่า

“การออกแบบที่สอดคล้อง รองรับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนคือ หนทางแก้ไขปัญหาสำหรับอนาคต”


จึงได้คิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green design)
โดยมุ่งเน้นที่การผลิตกระดาษจากวัสดุธรรมชาติเราเชื่อว่าการออกแบบที่สอดคล้อง รองรับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนคือ หนทางแก้ไขปัญหาสำหรับอนาคต พยายามค้นคว้าและทำการวิจัยเพื่อจะออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากวัสดุธรรมชาติ วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ และวัสดุเหลือทิ้งอย่างคุ้มค่าให้ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากร

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ - การใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น และวัสดุเหลือทิ้งในปริมาณมากซึ่งสามารถใช้หรือนำกลับมาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังช่วยลดอัตราการขนส่ง ประหยัดเวลาและลดการใช้พลังงาน- การสนับสนุนผู้คนที่มีรายได้น้อยในเขตชนบทของเชียงใหม่ โดยการจ้างแรงงานพวกเขาเหล่านั้นด้วยค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยุติธรรม


“กระดาษใยกล้วย” ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น


แหล่งข้อมูล : www.tcdcconnect.com/content/blog/?p=3808

http://www.releafstudio.com/

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปล่อยแสง 3 "เด็กฉลาด ชาติเจริญ"


เทศกาลปล่อยแสง เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งจัดขึ้นตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วยการมุ่งพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์(Creative Economy) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จึงได้จัดงานเทศกาล “ปล่อยแสง: คิด/ทำ/กิน” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสำหรับทุกคนในการนำเสนอความคิดและผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถผลิตเป็นชิ้นงานได้จริง และสร้างบรรยากาศแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าของผลงานและผู้ที่สนใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป



ไอเดียตั้งต้นเทศกาลปล่อยแสง
เทศกาลปล่อยแสงเป็นพื้นที่อิสระที่เปิดสำหรับทุกคนที่มีไอเดียทำมาหากินได้ ให้สามารถเข้ามานำเสนอผลงานของตนเองตามแนวคิดหลัก 3 หัวข้อ


1.การคิด (Inspiration) – why
2.การทำ (Practical process) – how
3.จุดขาย (Attraction) – wow

โดยเป้าหมายหลักของการนำเสนองานก็คือ การนำเสนอผลงานตั้งแต่สาเหตุในการคิดไอเดียตอบโจทย์พร้อมด้วยกรรมวิธีหรือกระบวนการผลิตที่ทำได้จริง ก่อนงอกเงยเป็นผลงานสุดว้าว!



ความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทรรศการ ปล่อยแสง 3


คิดว่ามีการจัดนิทรรศการแบบนี้นั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ นับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับเหล่าประชาชน นักศึกษา ได้แสดงผลงาน และผู้ที่มารับชมงานก็ได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการริเริ่มคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมาอีกด้วย ก็อยากจะให้มีการจัดนิทรรศการแบบนี้ต่อๆไป







โครงการที่เลือก 3 โครงการ


โครงการที่ 1

ชื่อเจ้าของโครงการ : กมลรัตน์ บุญบำรุงชัย Computer Graphic and Multimedia
Bangkok University International College

Packaging Illustration Typography และ Corporate โดยมีชื่อ Brand ชื่อ “ Floral ”

Title : Jeans Packaging

Description
: ออกแบบในสไตล์ วินเทจ Jeans Packaging โดยเค้าได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ออกมาโดยที่ไม่ต้องใช้พวกถุงพลาสติกเลย และ ตัวบรรจุภัณฑ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้ใหม่อีก บรรจุภัณฑ์นี้ก็เป็นทั้งกล่อง และ รูปแบบอื่นๆอีก

สาเหตุที่เลือกโครงการนี้ : ที่ชอบผลงานนี้เพราะว่า งานโดยรวมแล้วออกมาดี ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางชิ้นงาน แนวคิดงานของเค้า ก็ออกมาดี การที่เค้าคิดออกแบบมาแล้วของที่เค้าออกแบบนั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ถือเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง ลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ก็ดูเข้ากับสไตล์และคอนเซปของเจ้าของผลงาน ชื่อแบรนด์กับลวดลาย โลโก้ก็ไปด้วยกันได้ดี และยังนับได้ว่าเป็นงานที่รักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย


โครงการที่ 2

ชื่อเจ้าของโครงการ : พัชรี ติวะวงศ์ สถาปัตยกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Packaging Design

แนวคิด
Colors creative think-ing method in packaging design

ประกอบไปด้วย :

- Hello! Stanger [ pencil ]
- Dressing hair, please [ markers ]
- Color code [ poster color ]
- Color plant [ crayons ]
- Color graphy [ coloring pencils ]
- Miracle water color [ water color ]



เหตุผลที่เลือกโครงการนี้ :
ชอบตรงแนวคิดของผู้จัดทำ เค้าได้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ออกมาในรูปแบบที่ หลากหลาย ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นอุปกรณ์จำพวกเครื่องเขียน มีทั้ง สีน้ำ ปากกาเน้นข้อความ กระดาษโน้ต
ดินสอสี ดินสอ สีเทียน ทำให้งานดูหลากหลาย และเค้าก็ได้บอกถึงวิธีคิดของเค้าว่าเค้าต้องการสื่ออะไรออกมาได้ชัดเจน มีคำอธิบายบอกให้ผู้ที่มาชมเข้าใจมากขึ้นด้วย โดยส่วนตัวแล้ว ชอบชิ้นที่เป็น แท่งสีเทียน เค้าออกแบบออกมาเป็นการเจริญเติบโตของต้นไม้ รูปทรงของบรรจุภัณฑ์นั้นเค้าได้ลดทอนรูปร่างกระถางปลูกต้นไม้ และตัวแท่งสีนั้น นำเสนอออกมาคล้ายพืชหรือต้นไม้เล็กๆ ทำให้งานเค้าดูสดใส และทำให้น่านำมาใช้อย่างยิ่ง


โครงการที่ 3


ชื่อเจ้าของโครงการ : มุกร้อย พึ่งรัศมี
ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แนวคิดงาน : แนวคิดมาจากเห็นตุ๊กตาของรัสเซีย ที่เปิดออกมาก็จะเจอตุ๊กตาตัวเล็กๆซ่อนอยู่ในอีกตัวไปเรื่อยๆ

เหตุผลที่เลือกโครงการนี้ :
ที่เลือกงานนี้ก็เพราะว่า ชอบงานที่เหมือนการทำมือ ซึ่งที่นิทรรศการปล่อยแสง ครั้งนี้ ก็มีงานในลักษณะที่ทำมือ ค่อนข้างหลายงายเหมือนกัน ก็คิดว่าดีทุกงานแต่ชอบงานนี้ ก็ตรงที่ว่า ตัวผู้จัดทำนั้นเลือกใช้สีของชิ้นงาน และการจัดวาง อุปกรณ์ต่างๆเข้ากันดี ทำให้งานดูเป็นเซตที่มาด้วยกัน แนวคิดก็น่าสนใจเค้าได้แนวคิดมาจากตุ๊กตารัสเซีย ที่มีหลายๆตัวซ้อนกันอยู่ งานที่ทำก็เป็นการเย็บผ้าออกมา พร้อมทั้งคาแรคเตอร์หน้าตาของตุ๊กตาผ้าก็ออกมาน่ารัก เค้าได้ทำหลายขนาด มีทั้งขนาดใหญ่ไล่กันไปจนขนาดเล็ก ที่เหมือนกับตุ๊กตารัสเซีย

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"Home เปิดหน้าต่างโลก"


" Home เปิดหน้าต่างโลก "



สำหรับที่ได้ดูหนังหรือสารคดี เรื่อง Homeเปิดหน้าต่างโลก นั้นก็คือเนื้อหาของเรื่องนั้นน่าติดตาม เพราะ ผู้เล่าเรื่องนั้นค่อยๆเรียงลำดับเรื่องได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอภาพเสียงเป็นไปอย่างพอดี เนื้อเรื่องดูเผินๆอาจจะไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าเกิดว่า คุณตั้งใจที่จะดู หรือ สนใจที่จะรับชม สิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นสื่อออกมา คุณก็จะได้อะไรเพิ่มเติมเข้ามามายมายเพิ่มเติมมากกว่าสิ่งที่คุณรู้อยู่แน่ๆ ได้เห็นการใช้ชีวิตของกลุ่มคนในแต่ละซีกโลก ได้เห็นถึงการอยู่อาศัย ทั้งของคนและของสัตว์ วิวัฒนาการณ์ต่างๆของโลกใบเล็กๆของพวกเรา ภัยภิบัติต่างๆและเรื่องราวมากมายอีกมากมายนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ตื่นตาตื่นใจได้ทีเดียว



ที่ได้รับชมนั้นได้ชมเป็นภาษาไทย ค่อนข้างที่จะฟังง่ายฟังรู้เรื่อง และเข้าใจ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นนั้น คงจะไม่ค่อยเข้าใจ คงอาจจะได้ดูแต่ภาพและรู้เรื่องในบางเรื่องเท่านั้น ภาพที่ได้เห็นนั้นก็เป็นภาพที่สวย มีหลากหลายมุมกล้อง ไมว่าจะเป็นภาพมุมสูง ภาพใต้น้ำ
ภาพที่ซูมใกล้ๆ และเทคนิคอื่นๆ แต่ที่ชอบเลยคือการที่ถ่ายให้เห็นก้อนเมฆลอยฟุ้งๆอยู่ ถ่ายจากชั้นบรยากาศ ไม่รู้ว่าแต่งในคอมรึว่าถ่ายมาจริงๆแต่ก็ชอบ ทำให้ภาพที่ออกมาดูสวยงาม และเข้ากับเสียงเพลงที่ประกอบการบรรยาย ให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน




สิ่งที่ชอบจากการที่ได้ดูหนังเรื่องนี้คือ

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบดูหนังหรือสารคดีประเภทนี้เหมือนกัน ได้ดูภาพสวยเพลินๆ ได้เห็นเรื่องราวใหม่มากขึ้น เห็นวัฒนธรมของกลุ่มคนอีกซีกโลกนึง เห็นวิวัฒนาการณ์ของโลกเรา และบางสิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาจนลืมคิดไปว่าสำคัญต่อการดำรงชีวิต พอได้มาดูก็ได้เริ่มที่จะนึกถึงสิ่งที่ลืมเลือนนั้นขึ้นมาบ้าง เช่นเรื่องสภาวะโลกร้อน จากในหนังที่ดูนั้นทำให้คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ตอนนี้อาณาเขตที่อยู่ของหมีขาว ยังมีเนื้อที่น้อยนิดจากแต่ก่อน น้ำแข็งละลายไปมาก ถ้าเราไม่นึกถึง ไม่เคยเห็นว่าโลกเราเปลี่ยนไปมากขนาดไหนคงไม่ตะหนก อยากให้คนอื่นได้ลองดูเรื่องนี้กันเยอะๆจะได้นึกถึงโลกเรา ตั้งแต่สมัยก่อน จนมาถึงสมัยนี้ และอยากให้นึกถึงอนาคตไปด้วย เพลงประกอบก็น่าสนใจเหมือนกันเข้ากับเรื่องได้ดี เพลินดีด้วย


สิ่งที่ไม่ชอบจากหนังเรื่องนี้
ก็ยังไม่แน่ใจว่าไม่ชอบอะไร เพราะเท่าที่เห็นก็โอเค แต่แอบมีบางช่วงเหมือนกันไม่รู้ว่าตัวเองไม่สนใจเองหรือเนื้อหา งงๆ ไปทำให้ แอบนอกเรื่องไม่ได้สนใจไปบ้างเท่านี้ค่ะ


จากที่ได้ดูเรื่องราวของหนังเรื่อง Home ได้ keyword มา 10 คำคือ

1. มหาสมุทร
2. ผืนดิน
3. สัตว์
4. ที่อยู่อาศัย
5. สภาพอากาศ
6. อาหาร
7. ป่าไม้
8. กลุ่มคน
9. การเดินทาง
10. น้ำแข็ง

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โครงการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Central Y Club & SCG Paper Graphic Design Contest 2009







Central Y Club ร่วมกับ SCG Paper จัดกิจกรรมมันส์ ๆ ให้กับวัยรุ่นอีกครั้งกับการแข่งขันออกแบบ

Graphic Design ไม่จำกัดไอเดียร่วมแต่งแต้มสีสันผลงาน ตามสไตล์ของคุณภายใต้ Concept

LOVE THE EARTH เข้าร่วมประกวดผลงานดีเด่นเข้าตา ชิงรางวัลเงินสด10,000 บาท และได้เป็นผลงาน Master Piece สำหรับทำสมุดบันทึก Central Y Club จากกระดาษ Note Pro มิติใหม่สำหรับงานเขียน เฉดสีถนอมสายตา จากกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย SCG Paper


กติกาการร่วมกิจกรรม
เป็นสมาชิก Central Y Club (อายุ 13- 22 ปี)
ออกแบบลาย Graphic เพื่อผลิตสมุดโน็ต ภายใต้ concept “ Love The Earth ”
- หน้าปก 4 สี ขนาด 18 * 22 cm
- เนื้อใน 2 สี ขนาด 18 * 22 cm
- ปกหลัง 4 สี ขนาด 18 * 22 cm


ส่งผลงานพร้อม concept สั้นๆที่ Customer Service เซ็นทรัลทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 พค. – 15 กค. 52 หรือผ่านทางเว็บไซต์ www.centralyclub.com ตั้งแต่วันที่ 15 พค. – 15 กค. 52
ประกาศผลผู้เข้ารอบ 20 คน ผ่านทางเวปไซต์ www.centralyclub.com
แข่งขันรอบตัดสินโดยการออกแบบ Poster จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดภายใน เวลา 5 ชม. ประกาศผลการตัดสิน 25 กรกฎาคม 52


รางวัล
ชนะเลิศ รับทุนการศึกษา 10,000 บาท
Popular Vote 5,000 บาท


แหล่งข้อมูล : http://www.centralyclub.com/





แอร์บัสชวนประกวดภาพถ่ายเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกขององค์การสหประชาชาติ



“See the Bigger Picture” โครงการประกวดภาพถ่ายสำหรับเยาวชนเพื่อกระตุ้นสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

เนื่องด้วยวันสิ่งแวดล้อมในวันนี้ (5 มิถุนายน ) แอร์บัส ร่วมมือกับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ จัดโครงการระดับโลก “See the Bigger Picture” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกแก่เด็ก และสังคมทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อม คุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นโครงการก่อนปี 2553 ที่ถูกกำหนดให้เป็นปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ


“See the Bigger Picture” จัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจในเด็กและกลุ่มวัยรุ่นในเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านทางภาพถ่ายประกวด การประกวดระดับโลกนี้เป็นไปเพื่อทำให้เยาวชนเห็นถึงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ต่างๆกันบนโลกใบนี้ โดยการถ่ายภาพและนำแสดงผ่านเว็บไซด์ www.seethebiggerpicture.org โดยภาพที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน ห้า ภาพ จะได้รับรางวัลเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา และเข้าเยี่ยมชน สำนักงานใหญ่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค


การประกวดภาพถ่าย “See the Bigger Picture” สามารถส่งเข้าประกวดได้ถึงวันที่ 8 กันยายน 2552 โดยผู้เข้าแข่งขันสามารถส่งประกวดผ่านเว็บไซด์ www.seethebiggerpicture.orgหรือ ทางอีเมล์ การประกวดอนุญาตให้เด็กอายุ 6-16 ปี โดยผู้ปกครองเป็นผู้จัดส่ง ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่ www.seethebiggerpicture.org

แหล่งข้อมูล : http://infomate.co.th/read.php?t=news_events&i=205

COTTON USA 100%


T-Shirt Design Contest
“คอนตอน” ชวนเด็กศิลป์สะบัดพู่กัน ผ่านเวที’ T-Shirt Design Contest


ฉลอง “ปีสากลแห่งเส้นใยธรรมชาติ” ประจำปี 2552 องค์การอาหารและเกษตรกรรมแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ ร่วมกับ คอนตอน ยูเอสเอ และ รายการ 30 ยังแจ๋ว เปิดเวที “คอตตอน ยูเอสเอ ทีเชิ้ต ดีไซน์ คอนเทสต์” การประกวดลวดลายสกรีนบนเสื้อยืดผ้าฝ้าย 100% เชิญชวนเหล่านักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มาร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านชิ้นงานศิลปะทุกๆ รูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รักษ์โลกให้สดใส ด้วยเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ – Cotton’s Natural World”


“ปี นี้คอตตอน ยูเอสเอ ทั่วโลกได้จัดกิจกรรมการประกวด “คอตตอน ยูเอสเอ ทีเชิ้ต ดีไซน์ คอนเทสต์” ออกแบบลวดลายบนเสื้อยืดที่ผลิตจากฝ้าย 100% ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รักษ์ โลกให้สดใส ด้วยเส้นใยธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการรับรู้และเห็นคุณค่าของเส้นใยธรรมชาติมาก ขึ้น

สำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา ส่งผลงานทุกรูปแบบ เช่น ภาพวาด รูปถ่าย โดยผลงานของผู้ชนะเลิศจะนำไปพิมพ์เป็นลวดลายบนเสื้อยืดที่ผลิตจากผ้า และรับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท ใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าประกวดในระดับนานาชาติ ทั้ง 6 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมัน ไต้หวัน สหราชอาณาจักร ตุรี เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ Wonderful Trip เปิดประสบการณ์แฟชั่น ณ มหานครนิวยอร์ก”



ผู้ที่สนใจสามารถสมัครและส่งผลงานตั้งแต่วันนี้-12 มิถุนายน 2552 พร้อมแนบคำบรรยายผลงานที่ได้ถ่ายทอดตามแนวคิด “รักษ์โลกให้สดใส ด้วยเส้นใยธรรมชาติ” มาที่ ตู้ปณ. 212 ปณศ.ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10310 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cottonsatshirt.com/ หรือ 1188


แบบที่ 1
Concept : นึกถึงความเป็นมิตรและความเป็นผ้าฝ้ายแท้ 100% จึงใช้ตัวการ์ตูนสื่อถึงตัวดอกฝ้าย
ที่จะเอามาทำเป็นเสื้อผ้าฝ้ายแท้ หน้าตาของดอกฝ้ายก็จะสดใส ร่างเริง วงกลมสีฟ้านั้นแทนโลกของเราที่มีสีฟ้าสดใส ตัว C นั้นเป็นคำย่อของคำว่า Cotton และมีเส้นๆที่ใช้เป็นใยผ้าอีกด้วย



แบบที่ 2
Concept : สื่อออกมาแบบสีขาวดำ ได้นำเอาดอกฝ้ายจริงมาทำ สื่อถึงเสื้อนี้ทำมาจากผ้าฝ้ายแท้ ไม่ได้ทำมาจากใยสังเคาระห์ โดยเสื้อทั้ง 2 แบบนั้นจะมีคำภาษาอังกฤษว่า " eco-friendly " คือต้องการบอกว่า เสื้อตัวนี้นั้นเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ธรรมชาติในที่นี้คือ โลกของเรา ผู้สวมใส่ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ส่วนคำว่า
" cotton all the way " คือเหมือนกับว่าจะต้องเป็นผ้าฝ้ายเท่านั้น